จะดีไหมถ้าไม่ปล่อยให้ภาพเล่าเรื่องแต่เพียงลำพัง.. อ.สุรีรัตน์ แจ่มใส

(comments: 0)

ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ชอบชมรายการสารคดีต่างประเทศที่ฉายทางโทรทัศน์ ยิ่งถ้าเป็นรายการเกี่ยวกับการแนะนำอาหารหรือร้านอาหารและการตกแต่งบ้านแล้วก็ยิ่งสนใจเป็นพิเศษ ขณะที่ชมรายการรูปแบบนี้ตาและใจก็มักจะจดจ่อกับภาพที่น่าสนใจตรงหน้า บางครั้งก็ใส่ใจมากกว่าภาษาที่บรรยายเสียด้วยซ้ำไป

รายการสารคดีโทรทัศน์ในปัจจุบันมักจะเล่าเรื่องโดยใช้มุมกล้องหรือเทคนิคการถ่ายภาพหรือการถ่ายทำที่น่าสนใจ คนที่ชมรายการก็รู้สึกเพลิดเพลินและเข้าใจเรื่องที่เล่านี้ได้แทบจะทันที สารคดีต่างประเทศบางเรื่องแม้ว่าฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจภาษาที่แปลมานักเพราะประโยคที่ใช้ฟังแล้วขัดหู แต่เรื่องราวที่ชวนให้ติดตามและภาพที่สวยงามต่างหากที่ทำให้ผู้เขียนชอบดูสารคดีลักษณะนี้

การรับสารด้วยการอ่านและการดูนั้นไม่เหมือนกัน ขณะที่อ่านสมองจะเปลี่ยนตัวอักษรให้กลายเป็นภาพในจินตนาการ เราจึงเห็นภาพบ้าน สวน ต้นไม้ ดอกไม้ แมลง และยังได้ยินเสียงแมลงตัวเล็ก ๆ ที่บินตอมดอกไม้นั้นได้จากตัวหนังสือ ในขณะที่ภาพแบบเดียวกันนี้เราจะเห็นและได้ยินในทันทีเมื่อเปิดโทรทัศน์ ภาพจากการอ่านจะเห็นได้ชัดเจนเหมือนกับภาพในโทรทัศน์หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับจินตนาการและประสบการณ์ของผู้อ่านแต่ละคน

ผู้เขียนขอยกตัวอย่างข้อความจากรายการหนึ่งที่เล่าถึงโรงแรมเก่าแก่แห่งหนึ่งในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ลองนึกภาพตามข้อความต่อไปนี้

โรงแรมเป็นที่ดึงดูดนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวได้พอ ๆ กัน”

มิลานถูกมองเป็นเมืองหลวงทางการเงิน แฟชั่น และกิจกรรมบันเทิงมากมาย”

เบื้องหลังอาคารโทนสีเทาและหมอกฤดูหนาวมิลานซ่อนเสน่ห์ไว้มากมายตามแบบฉบับของหัวเมืองใหญ่”

ทั้งสองอาคารผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มามากมาย”

โรงแรมกลับมากอบกู้เกียรติยศทั้งหมดหลังจากผ่านช่วงเลวร้ายของสงครามมาได้ด้วยการตกแต่งใหม่”

มีหลายช่วงแห่งปีที่โรงแรมกลับมีชีวิตขึ้นมาเองโดยเฉพาะช่วงฤดูแห่งการออกแบบและแฟชั่น เช่นเดียวกับแฟชั่นและศิลปะซึ่งมีหลายมุมมากฉันเคยเห็นการเกิดใหม่ของโรงแรมในหลายครั้งและในหลายสถานการณ์ด้วยค่ะ”

ยากมากที่จะนึกถึงอนาคตฉันเชื่อว่าหลังครบรอบหนึ่งร้อยห้าสิบปีอีกสิบปีต่อมาก็เทียบไม่ได้กับอดีตที่ผ่านมา”

ถ้าฟังบทบรรยายไปชมภาพเมืองมิลานและโรงแรมไปก็คงไม่รู้สึกว่าประโยคที่ใช้แปลกอะไร เพราะความงามของเมืองและโรงแรมดึงดูดความสนใจของผู้ชมรายการมากกว่าการที่จะตั้งใจสังเกตการใช้ภาษาแปล แต่เมื่อเจาะจงให้อ่านโดยไม่มีภาพประกอบบางประโยคเข้าใจเรื่องได้ บางประโยคนึกย้อนได้ถึงโครงสร้างภาษาต้นทาง และบางประโยคอ่านแล้วก็ต้องแปลจากประโยคนี้เป็นประโยคที่ใช้ในภาษาไทย

ผู้เขียนไม่ใช่คนที่ต่อต้านหรือคัดค้านการใช้คำที่แปลมาจากภาษาต่างประเทศอย่างหัวชนฝาหากว่าคำหรือข้อความนั้นสามารถสื่อความได้ ยอมรับกันในปัจจุบันว่าใช้แล้วเข้าใจได้ และไม่ผิดโครงสร้างภาษาไทยนัก เช่น สนใจใน (interest in) ยังผลให้ ส่งผลให้ (result in) นำไปสู่ (lead to) รู้จักกันในนาม (known as) และแต่ละผู้นำ (each of leader) ตัวอย่างที่ยกมานี้เห็นได้ชัดว่าเป็นการแปลติดโครงสร้างภาษาต่างประเทศแต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อความเหล่านี้อ่านแล้วหรือฟังแล้วสื่อความเข้าใจได้

ลองสังเกตตัวอย่างประโยคต่อไปนี้

ป่าไม้ที่มากไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดกำลังจะถูกแทนที่ด้วยไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน”

ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นที่ประมาณ 50 เหรียญต่อบาเรลมีผลกระทบต่อทุกประเภทของน้ำมัน”

เขาถูกตำหนิโดยหัวหน้างานว่าไร้ซึ่งความรับผิดชอบและเป็นคนช้ามากในการเรียนรู้งานใหม่ ๆ ”

เซรั่มจากประเทศเกาหลีอุดมไปด้วยสารสกัดจากสาหร่ายทะเลน้ำลึกที่ถูกวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์ ช่วยแก้ปัญหาการเกิดขึ้นของริ้วรอยบนร่องแก้มและหน้าผากได้ดี”

ประโยคตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของโครงสร้างภาษาต่างประเทศที่มีผลต่อการใช้ประโยคในภาษาไทย เมื่อผู้อ่านอ่านแล้วอาจจะต้องแปลกลับมาเป็นโครงสร้างของภาษาไทยอีกทอดหนึ่ง ในขณะที่คนที่คุ้นเคยกับการใช้ประโยคโครงสร้างภาษาต่างประเทศอาจจะไม่สะดุดและเข้าใจความได้ในทันทีที่อ่าน เพราะมีโครงสร้างของภาษาต้นทางเป็นแนวเทียบ

แม้ว่าภาพเคลื่อนไหวช่วยทำให้ผู้ชมสารคดีเข้าใจเรื่องราวได้เป็นอย่างดีก็ตามแต่บทบรรยายที่แปลนั้นก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเพราะบทแปลที่ดีจะช่วยทำให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องได้ดีขึ้น ที่สำคัญคือผู้ชมจะสามารถจำเรื่องราวได้แม่นยำกว่าการใช้ตาดูภาพเพียงอย่างเดียว

ดังนั้นผู้แปลจึงต้องใช้โครงสร้างประโยคทั้งภาษาต้นทางและภาษาปลายทางได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ผู้แปลไม่ควรคิดว่าการใช้ภาพเล่าเรื่องความสนใจของผู้ชมจะอยู่กับสิ่งที่ตาเห็นมากกว่าสิ่งที่หูได้ยิน เพราะเมื่อใดก็ตามที่บทแปลฟังแล้วขัดหู ผู้ชมก็จะชะงักและฉงนกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน อย่างน้อยก็มีผู้เขียนคนหนึ่งที่รู้สึกเช่นนี้

................

 

บอกกล่าว

คุณเป็นคนหนึ่ง ที่รักการเขียน รักการอ่าน ต้องการฝึกฝนตนเอง ต้องการเพิ่มทักษะการใช้ภาษาไทยให้ดียิ่งขึ้น และสนใจเข้าร่วมโครงการ “อ่าน เก่งเขียนดี” ในเดือนพฤษภาคม 2561 ที่จะถึงนี้ ใช่หรือไม่ ... เราขอแจ้งให้ทราบว่า โครงการ“อ่านเก่ง เขียนดี จะกลับมาเพื่อคุณอีกครั้ง กำหนดวันจัดโครงการดังนี้

ในประเทศเยอรมนี วันที่ 19 และ 20 พฤษภาคม 2561

ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ naruemol@d-magazine.de

 

ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 26 และ 27 พฤษภาคม 2561 ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ saipopoo@gmx.ch

 

วิทยากร: .แจ่มใส (อาจารย์ สุรีรัตน์ ณิชาพัฒน์ หัวหน้าภาควิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัย

ธุรกิจบัณฑิตย์และคณะกรรมการบริหารคณะศิลปศาสตร์)

ผู้เข้าร่วมโครงการ: ล่าม นักแปล ครูสอนภาษาไทย และผู้สนใจทุกท่าน
ผู้จัด: สมาคมเครือข่ายคนไทยในต่างแดน -ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี

ผู้สนับสนุน: สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น สนับสนุนโดยให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าเดินทางของวิทยากร
จากประเทศไทย

 

ติดตามรายละเอียดโครงการอื่น ๆ ของสมาคมได้ที่เฟซบุ๊คของสมาคมฯ https://www.facebook.com/NTO.GERMANY/

 

กลับ

Add a comment