คนไทยทำงานในเยอรมนีได้ไหม ทำงานอะไรถูกใจที่สุด?

(comments: 0)

คนไทยทำงานในเยอรมนีได้ไหม ทำงานอะไรถูกใจที่สุด?

โดย MAUSMOIN

เพื่อน ๆ ที่ย้ายมาอยู่ในประเทศเยอรมนี ทั้งที่ติดตามครอบครัวมาอยู่ หรือมาเรียนต่อ ก็คงมีความคิดที่จะหางานทำในเยอรมนี หรืออยากมีกิจการของตนเอง แต่ไม่รู้ว่า เราสามารถทำงานได้หรือไม่ ข้อดีข้อเสียของการทำงานแต่ละแบบมีอะไรบ้าง จะหางานอย่างไร ติดต่อหน่วยงานไหน MAUSMOIN จึงขอให้ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการทำงานในประเทศเยอรมนีสำหรับคนไทยดังนี้

 

วีซ่าของเราอนุญาตให้ทำงานได้ไหมนะ?

 

สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือ เราจะต้องตรวจสอบว่ากฎหมายอนุญาตให้เราทำงานในเยอรมนีได้หรือไม่ สำหรับคนไทยที่อยู่อาศัยในเยอรมนีระยะยาว (อยู่เยอรมนีเกิน 90 วัน) ให้สังเกตในใบอนุญาตให้พำนักอาศัยของเรา (Aufenthaltserlaubnis) ว่ามีหมายเหตุเขียนว่าเราได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ “Erwerbstätigkeit gestattetหรือ “Beschäftigung gestattetหรือไม่ หากมี หรือมีวีซ่าประเภท BLAUE KARTE EU หรือมีวีซ่าทำงานประภทอื่น ๆ รวมทั้งหากเรามีสิทธิพำนักถาวร (Niederlassungserlaubnis) หรือมีสัญชาติเยอรมัน ก็สามารถทำงานในเยอรมนีได้

 

แต่สำหรับคนไทยที่มาเยอรมนีระยะสั้นด้วยวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว หรือเยี่ยมเยือน ปกติแล้วกฎหมายจะไม่อนุญาตให้ทำงาน หากดูที่วีซ่าจะเห็นคำว่า “Erwerbstätigkeit nicht gestattet

 

ส่วนวีซ่านักเรียนสามารถทำงานนอกเวลาเรียนได้ ที่เรียกว่า Nebenjob หรือทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรียกว่า Minijob ได้ โดยทั่วไปนักเรียนต่างชาติที่ไม่ใช่คนยุโรป เช่น นักเรียนไทย จะมีเงื่อนไขจำกัดชั่วโมงการทำงาน เช่น ทำงานเต็มเวลาได้ไม่เกิน 120 วันต่อปี หรือทำงานไม่เต็มเวลาได้ไม่เกิน 240 วันต่อปี

 

หากใครไม่แน่ใจว่าเรามีวีซ่าที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานหรือไม่ MAUSMOIN แนะนำให้ติดต่อสอบถามสำนักงานดูแลคนต่างชาติในเมืองของเรา (Ausländerbehörde) ซึ่งจะได้คำตอบที่ชัดเจนที่สุด การทำงานโดยไม่มีวีซ่าทำงานที่ถูกต้อง เมื่อถูกจับ จะถูกปรับทั้งนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายกำหนดได้

 

คนไทยทำงานอะไรในเยอรมนีได้บ้างนะ?

 

หลังจากที่เรามั่นใจแล้วว่า เรามีสิทธิตามกฎหมายที่จะทำงานได้ ขั้นต่อไป MAUSMOIN จะพามารู้จักการทำงานประเภทต่าง ๆ เพื่อให้เพื่อน ๆ ลองนำไปประกอบการตัดสินใจ เพื่อการทำงานอย่างมีความสุข และเหมาะสมกับคุณสมบัติของเรา

 

 

1) ทำงานเป็นลูกจ้าง หรือพนักงานบริษัท (Arbeitnehmer)

 

งานลักษณะนี้เป็นงานที่คนส่วนใหญ่ในเยอรมนีทำกัน มีความมั่นคง งานที่ทำก็มีทั้งเต็มเวลา และพาร์ตไทม์ เป็นลูกจ้างประจำหรือแค่สัญญาจ้างชั่วคราว ข้อดีของการเป็นพนักงานคือ เราจะได้เงินเดือนหรือค่าแรง (ค่อนข้าง) คงที่ทุกเดือน ได้รับสวัสดิการบริษัท มีวันหยุดพักผ่อนตามกฎหมายกำหนด หากวันไหนป่วยก็ยังได้รับค่าแรง บริษัทหรือนายจ้างจะจัดการทำบัญชีเงินเดือนให้ลูกจ้าง หักค่าประกันสังคม ประกันสุขภาพ ภาษีตามกฎหมายกำหนดให้

 

แต่สำหรับบางคนการทำงานเป็นพนักงานอาจมีข้อเสีย อาจเพราะเป็นการทำงานที่ไม่ยืดหยุ่นตามที่เราอยากจะทำ ต้องอยู่ในกรอบนโยบายของบริษัท ดังนั้น MAUSMOIN จะพามารู้จักกับงานแบบเป็นนายจ้างตนเองดูบ้าง

 

2) มีกิจการของตัวเอง (Selbstständiger)

 

นั่นคือการเป็นนายของตัวเอง ไม่ว่าจะเปิดร้านอาหาร ร้านนวด เปิดร้านขายของ รับจ้างต่าง ๆ นักแปล ล่าม คนจัดสวน ช่างฝีมือ โปรแกรมเมอร์ และอื่น ๆ ที่รับผิดชอบกิจการ ร้าน หรือบริษัทของตนเอง

 

หากจะเริ่มทำธุรกิจของตนเองในเยอรมนี อันดับแรกจะต้องแจ้งขอจดทะเบียนการทำธุรกิจ (Gewerbeanmeldung) ที่สำนักงานการค้า (Gewerbeamt) ในเมืองของเราก่อน จากนั้นสำนักงานการค้าจะส่งข้อมูลให้สรรพากร เมื่อได้ข้อมูลแล้ว สรรพากรจะแจ้งหมายเลขผู้เสียภาษีมาให้เราต่อไป

 

แต่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Freiberufler) เช่น ล่าม ที่ปรึกษาด้านภาษี แพทย์ วิศวกร สถาปนิก ทนาย ฯลฯ ไม่จำเป็นต้องทำเรื่อง Gewerbeanmeldung แต่ยังต้องแจ้งสรรพากรเพื่อขอหมายเลขผู้เสียภาษี

 

นอกจากนี้ ในบางกิจการอาจจะต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติม เช่น หากต้องการเปิดกิจการร้านอาหาร เราจะต้องผ่านการอบรมเกี่ยวกับการดำเนินกิจการร้านอาหารและสุขอนามัยอาหารด้วย MAUSMOIN แนะนำให้สอบถามทางสำนักงานการค้าที่เมืองของเรา และหอการค้า (Industrie und Handelskammer IHK) ที่เมืองเพิ่มเติม

 

หากมองโดยรวมแล้ว ข้อดีของการมีกิจการของตัวเองก็คือ เราเป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้วางแผนงานในแบบที่เราอยากทำ มีอิสระ จัดการเวลาทำงานได้เอง แต่ข้อเสียคือ เราจะต้องรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตนเอง ทั้งเรื่องการบริหารงาน จัดการบัญชี จ้างพนักงาน ดูแลเรื่องประกันภัยต่างๆ ทำภาษี ยื่นภาษีตามกำหนด มีความเสี่ยงที่จะมีรายรับไม่คงที่ เพราะหากป่วยไม่สามารถทำงานได้ ก็จะไม่มีรายได้

 

3) ทำงาน เล็ก ๆ น้อย ๆ (Minijobber)

 

ในประเทศเยอรมนี หากใครต้องดูแลลูกเล็ก หรือเรียนเต็มเวลา แต่ต้องการทำงานตามเวลาที่มีจำกัด ก็สามารถหางานประเภท Minijob ทำได้ งาน Minijob อาจแบ่งได้เป็น 2 ักษณะตามระยะเวลาที่ทำงาน หรือรายได้ นั่นคืออาจเป็นงานที่มีระยะเวลาทำงานสั้น ๆ ไม่เกินสามเดือน หรือรวมแล้วไม่เกิน 70 วันทำงาน เรียกว่าเป็นการทำงานชั่วคราว หรือ Minijob อาจเป็นการทำงานที่มีรายได้ไม่เกิน 450 ยูโรต่อเดือน หรือ 5,400 ยูโรต่อปี ข้อดีคือ งาน Minijob ค่อนข้างหาง่ายกว่างานประจำ แต่ข้อเสียคือ รายได้น้อยกว่าการทำงานเต็มเวลา เพราะส่วนใหญ่มักจะเป็นงานผู้ช่วย เล็ก ๆ น้อย ๆ โอกาสเติบโตในหน้าที่การงานย่อมน้อยกว่าการทำงานประจำ

 

ทำงานอย่างไรให้มีความสุข

 

จากข้อมูลที่ MAUSMOIN ชี้ให้เห็นในเบื้องต้น ไม่ว่าจะทำงานเป็นพนักงาน หรือเป็นนายของตนเอง สิ่งที่สำคัญคือการพัฒนาความสามารถของตนเองให้เหมาะกับเป้าหมายงานที่เราอยากจะทำ เป็นเรื่องปกติที่การทำงานทุกอย่างจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่หากเรารักในสิ่งที่เราทำ เราจะได้รับประโยชน์จากข้อดี และจะหาทางก้าวข้ามปัญหาที่เจอจากข้อเสียระหว่างทางได้

 

จากที่ MAUSMOIN ได้รู้จักกับคนไทยในเยอรมนี พบว่า คนไทยทำงานในหลากหลายอาชีพ ตั้งแต่เป็นลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างประจำ ทำงาน Minijob พนักงานขาย พนักงานโรงงาน พนักงานโรงแรม พนักงานบริษัท วิศวกร สถาปนิก ล่าม ทนาย แพทย์ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิจัย ครูสอนภาษาไทย เจ้าของร้านอาหาร เจ้าของร้านค้า เจ้าของร้านนวด เจ้าของโรงแรม ดังนั้น หากเราพยายาม ตั้งใจ มุ่งมั่น เราก็จะสามารถทำงานที่เรารักและมีความสุขได้ในที่สุด

 

หากเพื่อน ๆ ที่อาศัยอยู่ในเยอรมนีและต้องการหางาน สามารถเข้าไปปรึกษาที่สำนักจัดหางาน (Agentur für Arbeit) ในเมืองได้ นอกจากนี้ เพื่อน ๆ ยังสามารถขอคำแนะนำเรื่องการหางาน ฝึกงาน เทียบวุฒิการศึกษา เงินช่วยเหลือต่าง ๆ จากเจ้าหน้าที่ได้ด้วย

 

ท้ายสุดนี้ MAUSMOIN ขอเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่ควรมีในการทำงาน นอกจากวีซ่าทำงาน ตำแหน่งงานที่ชอบ หรือกิจการที่เรารักแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นการรู้และเข้าใจภาษาเยอรมัน เพราะภาษาราชการที่ใช้สื่อสารและออกเอกสารทางราชการต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นภาษาเยอรมันทั้งสิ้น หากเราทำงานเป็นลูกจ้างหรือพนักงาน เราก็ควรอ่านทำความเข้าใจจดหมายสำคัญ หรือใบแจ้งต่าง ๆ ได้ หากเราเป็นเจ้าของกิจการ เราจะต้องรู้รอบด้านว่า จะต้องขอใบอนุญาตอะไรเพิ่มไหม ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง อะไรต้องทำ อะไรไม่ต้องทำ ถ้าเราปล่อยเลยตามเลย นอกจากจะไม่ได้ทำตามกฎข้อบังคับแล้ว อาจถูกปรับ หรือถูกปิดกิจการเลยก็ได้ ดังนั้น ขอให้เพื่อน ๆ หมั่นพัฒนาภาษาเยอรมันไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาทักษะการทำงาน เพื่อให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน MAUSMOIN ขอเอาใจช่วยเพื่อน ๆ ทุกคน!

 

กลับ

Add a comment