D-Happy ใคร ๆ ก็อยากมีความสุข

(comments: 0)

“ความสุขของผมคือ การรู้จักตัวตน การเข้าใจคนรอบข้างด้วยเหตุด้วยผล

และการพอใจในสิ่งที่เรามีครับ”

 

จิตติพัฒน์ ทองประเสริฐ

เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง

กระทรวงการต่างประเทศ

อาศัยอยู่ในประเทศไทย

 

ความสุขคือการที่มีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ไปไหนมาไหนได้สะดวกสบาย มีสุขภาพจิตที่ดีสดชื่น แจ่มใส คิดดี มีลูกหลานที่ประสบความสำเร็จในชีวิต

มีความรักต่อกัน และดูแลเอาใจใส่กัน ความสุขอยู่ที่ใจ คิดว่ามีสุข ก็สุขได้ คิดทุกข์ ก็ทุกข์ได้ ความพอดีคือความสุข อยากมีความสุข ก็ควรยึดหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ความสุขได้มาอย่างไร คงจะหาตอบได้ยาก เพราะบางครั้งความสุขก็มาหาเราเอง แต่ถ้าเราต้องแสวงหาความสุข เราก็ต้องให้โอกาส เวลา และให้รางวัลกับตัวเราเอง เช่น ไปท่องเที่ยว ไปเข้าสมาคมกับเพื่อน ๆ หาโอกาสทำบุญกุศล ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพื่อนมนุษย์ที่ขาดแคน หรือด้อยโอกาส สิ่งที่อาจจะแย่งความสุขไปจากเรา ก็คงจะเป็นการเจ็บไข้ได้ป่วย และการเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างไม่มีระเบียบวินัย และมีคนเห็นแก่ตัวที่เพิ่มมากขึ้น

 

พลอากาศตรีหญิง ลัดดาวดี มงคลอภิบาล

ข้าราชการบำนาญและทำงานสังคมสงเคราะห์

อาศัยอยู่ในประเทศไทย

 

ความสุขของดิฉันคือ ความสุขในครอบครัว และความสุขที่ได้ทำประโยชน์ให้ผู้อื่น ดิฉันไม่ปล่อยเวลาว่างให้เปล่าประโยชน์ และอยู่ไปวัน อย่างไร้คุณค่า เมื่อเห็นสิ่งที่ตนเองทำแล้ว และทำให้เกิดผลดีต่อผู้อื่น และต่อสังคม ดิฉันก็รู้สึกถึงความสุข ดิฉันคิดว่า “ความสุข” อยู่ที่ใจของเราเอง ไม่ต้องไปค้นหาที่ไหน เพียงแค่เราเข้าใจว่า สุขและทุกข์เป็นของคู่กัน แยกทุกข์ให้ออก อย่าเอาความทุกข์มาอยู่กับตัวเรา พฤติกรรมที่แย่งความสุขไปจากเรา ก็คือ “ตัวเรานั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเวลาที่เรามีอาการจิตตก”

 

    วลาวัลย์ อัลเบรช

      อาสาสมัครไทยในเยอรมนี

 

 

ความสุขอยู่ที่ ”ใจ” การมีครอบครัวที่ดี มีความเห็นใจซึ่งกันและกัน ทำให้ใจดิฉันสบายใจและมีความสุข ความสุขเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันไม่มากก็น้อย การที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและไม่เบียดเบียนผู้อี่น ให้ความช่วยเหลือผู้อี่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันหรือจะเป็นสัตว์ก็ตาม เมื่อได้ทำแล้ว จิตใจก็เบิกบาน และทุกครั้งที่ดิฉันนึกถึงเหตุการณ์นั้น ๆดิฉันก็จะยิ้มให้กับตัวเองเสมอแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม พฤติกรรมที่อาจจะแย่งความสุขไปจากดิฉันก็คือ เมื่อครอบครัวหรือตัวเองมีปัญาที่แก้ไขยาก ก็มักจะทำให้จิตใจเศร้าหมอง ความสุขที่มีอยู่ก็จะหายไประยะหนึ่ง ถ้าจะถามว่า ความสุขหายไปนานไหม ก็ขึ้นอยู่กับใจของเราว่า จะทำใจยอมรับกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน เราสามารถแก้ปัญหาได้เร็วหรือไม่ หรือทำใจได้เร็วไหมหากเราแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น หรือทำใจได้เร็วขึ้นจิตใจที่เศร้าหมองอยู่ก็จะค่อย ๆ สดชื่นขึ้นตามเวลา

บุญเรียบ ไฮนซ์

อาสาสมัครไทยในเยอรมนี

 

ความสุขของดิฉันคือความรักค่ะ รักลูก รักครอบครัว ได้อยู่กับคนที่เรารัก การได้ทำอะไรดี ๆ ด้วยกัน ได้เห็นรอยยิ้มลูก ๆ ความสุขได้มาจากการที่ทำให้คนในครอบครัวของเรามีความสุข หาอะไรทำด้วยกัน ดิฉันชอบถ่ายรูปมาก การถ่ายรูปช่วยเก็บความทรงจำที่ดีได้ค่ะ ความสุขของดิฉันอยู่รอบ ๆ ตัวค่ะ

 

ศิโรรัตน์ ไฮเดน

   Interior Design, อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา

 

ความสุขคือ ความกล้าหาญที่จะมีชีวิตอยู่โดยยอมรับเงื่อนไขของชีวิตได้

Be You, Be real, Be Original ดูแลตัวเองง่าย ตามนี้ ก็มีความสุขได้แล้วค่ะ

 

อัญชัญ เฮียร์ลิ่ง

ล่ามและนักแปลภาษาไทย-เยอรมัน
อาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนี

 

ข้างต้นคือ ความสุขในมุมมองของคนไทย 6 ่าน แต่ในชีวิตคนเรายังมีความสุขที่ติดตามตัวเรา มาดูกันค่ะว่า มีอะไรบ้าง

 

ความสุขสามประเภทที่ติดตามคนเรา

ประเภทที่ 1: ความสุขโดยบังเอิญ (Zufallsglück) ชื่อก็บอกแล้วว่า “บังเอิญ” ความรู้สึกนี้มักจะเกิดขึ้นโดยทันที โดยไม่ได้คาดหวังมาก่อน จะตีความว่า “โชคดี” หรือ ”มีโชค” ก็น่าจะได้ อาจจะเป็นความตั้งใจโดยพระเจ้า หรือจักรวาลบันดาลก็ได้ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า เราไม่สามารถกำหนดให้มันเกิดขึ้นมา แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วโดยบังเอิญ และเป็นความบังเอิญในเชิงบวก ก็ทำให้เรามีความสุขได้

 

ประเภทที่ 2 : ความสุขที่รู้สึกดี (das Wohlfühlglück) เทียบกับคำภาษาอังกฤษได้ว่า happiness เป็นคำที่แสดงความรู้สึกบวก” เรารู้สึกสนุกสนาน ดีใจ ปลื้มใจ เพลิดเพลิน มันเป็นความรู้สึกที่ดี ทำให้เรามีความสุขชั่วขณะ แต่ถ้าเราไล่ตามหาความสุขประเภทนี้ไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะกลายเป็นโชคร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราก็เป็นได้ คนเราไม่ต้องการความรู้สึก "ลบ" ไม่อยากมีความทุกข์ จึงหาหนทางที่จะเก็บความรู้สึกที่ดีไว้ให้นานที่สุด และมักแสดงให้คนอื่นเห็นว่า ตนเองยังมีความสุขอยู่นะ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมถึงมีคนโพสเรื่องความสุขของตนในเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม ยูทูป ฯลฯ อยู่เนือง ๆ การที่ได้รับคำชม การกดไลค์ กดกระดิ่ง กดสไคร์ป ก็เป็นหนทางหนึ่งที่อาจจะทำให้ได้รับความรู้สึกที่ดี มีความสุข แต่ถ้าคนเราติดอยู่กับการล่าหาความสุขจากภายนอกในลักษณะนี้ อาจจะนำไปสู่ความทุกข์ก็ได้

คุณลองถามตัวคุณเองดูสิว่า ในเวลาที่คุณรู้สึกแย่ คุณทำอย่างไร และคุณดึงความรู้สึกที่ดีของคุณกลับมาได้อย่างไร

 

ประเภทที่ 3: ความสุขอย่างสมบูรณ์ (das Glück der Fülle) เป็นความสุขที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างที่พบเจอในทั้งแง่บวก” และ "ลบ" แม้ว่าเราจะไม่ได้มองหาสิ่งที่เป็นความรู้สึกลบก็ตาม แต่เราคงรู้ดีว่า เราเคยสัมผัสความเจ็บปวดมาแล้ว

ความสุขอย่างสมบูรณ์เป็นความสุขตลอดเวลาที่มีอยู่ในตัวเราเอง และไม่ต้องไปเสาะหา เป็นความสุขอย่างอิสระที่ไม่ต้องพึ่งพา ไม่ขึ้นต่ออะไร ๆ ทั้งสิ้น เป็นความสุขที่เป็นไทแก่ตัวเราเอง

คุณลองถามตัวคุณสิว่า “ฉันได้ใช้ชีวิตที่คุ้มค่าแล้วใช่ไหม” ถ้าคุณตอบว่า “ใช่” ก็แสดงว่าคุณน่าจะมีความสุขที่สมบูรณ์แล้ว

 

ทุกวันนี้ผู้คนสนใจเรื่องราวในโลกออนไลน์มากเกินไป หลายคนติดตามข่าวสารจากเฟซบุ๊กและยูทูปวันละหลายชั่วโมง แล้วพาตัวเองอินกับเรื่องนั้น ๆ อย่างหยุดตัวเองไม่ได้ ยิ่งติดตาม ยิ่งดู ก็อดคอมเม้นท์ไม่ได้ บางเรื่องก็ทำให้ตนเองเครียดไปกับเขาด้วย สบถด่าไปกับเขา โมโห โกรธ เกลียด จนกลายเป็นดราม่า ...ลองหันกลับมาดูแลตัวเอง มอบความสุขสมบูรณ์ให้ตนเองนะคะ

……………………………………….

อ้างอิง

https://mymonk.de/die-3-arten-des-glucks-und-wie-wir-der-falschen-hinterherjagen/

 

กลับ

Add a comment