กฎหมายแรงงานในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 2

(comments: 0)

กฎหมายแรงงานในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 2

สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง”

โดย ศักดา บัวลอย

 

Money Money Money แต่ ไม่มีงาน ก็ไม่มีเงินจากเนื้อเพลง For the Love of Money - ศิลปิน: The O'Jays และ เพลง มหาลัย - ศิลปิน: คาราบาว ทั้งสองบทเพลงนี้ ขอมอบให้มิตรรักแฟนเพลงท่านผู้อ่านทุกท่านที่อยู่ในวัยเดียวกับผมหรืออาวุโสกว่า ซึ่งน่าจะรู้จักและจำกันได้ เนื้อหาของเพลงทั้งสองเพลงนั้นสะท้อนความเป็นจริงเกี่ยวกับเรื่องเงิน และการหาเงินได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเงินสามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ หรือใช้ในการชำระหนี้ และอื่น ได้ ตามความปรารถนา

ฉบับนี้ผมจึงขอนำเสนอข้อมูลด้านกฏหมายซึ่งสรุปโดยย่อเฉพาะส่วนที่สำคัญ เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเพื่อแลกกับ “เงิน” เพื่อผลประโยชน์ และให้รู้ถึงสิทธิของท่านทั้งในฐานะนายจ้างและลูกจ้างในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

ก่อนอื่นผมขออธิบายความหมายของคำว่า “นายจ้าง” และ “ลูกจ้าง” ก่อนครับ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ประเทศไทย) ..2541 มาตรา 5 นิยามคำว่า “นายจ้าง” และ “ลูกจ้าง” ไว้ดังนี้

นายจ้าง” (Arbeitgeber) หมายถึง ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ และหมายรวมถึง

1. ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง

2. ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคล ให้หมายรวมถึงผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคล และผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคลให้ทำการแทนด้วย

ลูกจ้าง” (Arbeitnehmer) หมายถึง ผู้ซี่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอย่างไร

 

ความเสมอภาคในการทํางานที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

รัฐธรรมนูญแห่งสมาพันธรัฐสวิส มาตรา 8 อนุมาตรา 3 (Art. 8 Abs. 3 Bundesverfassung (BV) บัญญัติไว้ว่า ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน กฎหมายต้องให้สิทธิที่เท่าเทียมกันแก่ชายและหญิง โดยเฉพาะเรื่อง ครอบครัว การศึกษา และการทำงาน หญิงมีสิทธิได้รับเงินเดือนเท่าเทียมกับชายสำหรับการทำงานในลักษณะเดียวกัน

 

ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในส่วนที่เกี่ยวกับสัญญาว่าจ้างระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง และการคุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างทั่วไปนั้น มีกฎหมายที่ใช้บังคับ ได้แก่ กฎหมายบังคับและกฎหมายแรงงานดังนี้

กฎหมายบังคับ (Obligationenrecht (OR)) ซึ่งเป็นกฎหมายเอกชนเสริมในบรรพ 5 บัญญัติประกอบประมวลกฎหมายแพ่งแห่งสมาพันธรัฐสวิส (Schweizerisches Zivilgesetzbuch (ZGB)) มีลักษณะเป็นกฎหมายเอกชนใช้บังคับกับนิติสัมพันธ์ที่ก่อขึ้นระหว่างเอกชนด้วยกันเท่านั้น

 

กฎหมายแรงงาน (Arbeitsgesetz (ArG)) แห่งสมาพันธรัฐสวิส เป็นกฎหมายคุ้มครองลูกจ้างในงานอุตสาหกรรม งานบริการ และงานการค้า กฎหมายแรงงานบัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองลูกจ้างในสถานที่ทำงาน ซึ่งเป็นกฎหมายบังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองด้านสุขภาพทั่วไปของลูกจ้าง และกำหนดควบคุมระยะเวลาการทำงานสูงสุด เวลาหยุดพักการทำงาน และเวลาพักผ่อน ในทางปฏิบัติกฎหมายแรงงานนี้ใช้บังคับครอบคลุมเกือบทุกกิจการ และคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่มีข้อยกเว้นสำหรับลูกจ้างกลุ่มดังต่อไปนี้ เช่น ข้าราชการ คนที่ทำงานในธุรกิจครอบครัวของตนเอง ศิลปิน และลูกจ้างระดับสูง ที่จะบังคับใช้เฉพาะในส่วนของการคุ้มครองเรื่องสุขภาพลูกจ้างเท่านั้น โดยมีกฎหมายเฉพาะกาลสำหรับกลุ่มลูกจ้างดังกล่าว

 

 

 

ลักษณะสัญญาว่าจ้างงาน (Art. 320 OR)

สัญญาการทำงานสามารถกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือโดยวาจาก็ได้ จะทำตั้งแต่ก่อนการเริ่มงานหรือแม้แต่เมื่อเริ่มทำงานไปแล้ว ก็มีผลถึงสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาการทำงานเช่นกัน

หมายเหตุกี่ยวกับ “สัญญาว่าจ้างงาน” ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน นิตยสาร ดี ฉบับที่ 27 / 04.19 / 2 โดย พัทยา เรือนแก้ว)

 

การปฏิบัติหน้าที่ของลูกจ้าง (Art. 321a OR)

ลูกจ้างต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ตรงตามวัตถุประสงค์ของนายจ้าง (รวมถึง การทำงานด้วยความระมัดระวัง เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ เครื่องยนต์ เครื่องจักรของนายจ้างด้วย)

 

หน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง (Art. 321d OR)

นายจ้างสามารถกำหนดลักษณะการทำงาน การปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการ และออกกฎระเบียบข้อบังคับอื่น ๆ แก่ลูกจ้างได้ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องปฎิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของนายจ้างด้วยความเชื่อมั่นและซื่อสัตย์

 

ลูกจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ (Art. 321a Abs.3, 4 OR)

ตลอดระยะเวลาระหว่างการทำงานให้กับนายจ้าง ลูกจ้างไม่สามารถทำงานให้กับคู่แข่งของนายจ้าง และไม่สามารถนำข้อมูลความลับของสถานประกอบการไปใช้ในการอื่นหรือเผยแพร่สู่ภายนอกได้

 

ห้ามมิให้ลูกจ้างประกอบกิจการใดที่เป็นคู่แข่งกับนายจ้าง (Art. 340b, c OR)

นายจ้างสามารถกำหนดระยะเวลาห้ามไม่ให้ลูกจ้างประกอบกิจการเป็นคู่แข่งกับนายจ้างได้ ข้อผูกพันในสัญญานี้จะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อนายจ้างยกเลิกสัญญาจ้างโดยไม่มีเหตุผล หรือทางฝ่ายนายจ้างเป็นผู้ยกเลิกสัญญาดังกล่าว หากลูกจ้างฝ่าฝืนกระทำผิดข้อสัญญานี้ นายจ้างสามารถฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากลูกจ้างได้

 

ผลผลิตและรายได้ต้องมอบให้แก่นายจ้าง (Art. 321b OR)

สิ่งของที่ได้รับหรือผลผลิตระหว่างการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในสัญญา ให้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของนายจ้าง ตลอดทั้งรายได้ที่ลูกจ้างได้รับจากการจำหน่าย เรียกเก็บจากลูกค้า ต้องส่งมอบให้แก่นายจ้าง

 

หน้าที่ของนายจ้าง (Art. 322 Abs.1 OR)

นายจ้างต้องจ่ายเงินเดือนให้แก่ลูกจ้างตามข้อตกลงระหว่างลูกจ้าง หรือตามข้อกำหนดในสัญญาว่าจ้างทั่วไป หรือตามข้อกำหนดในสัญญาจ้างงานของสหพันธ์แรงงาน

 

การหักเงินเดือนเป็นที่ค่าที่พัก ค่าอาหาร (Art. 322 Abs.2 OR)

หากลูกจ้างพักอาศัยอยู่ในสถานที่พักเดียวกันกับนายจ้าง นายจ้างสามารถหักค่าใช้จ่ายเป็น ค่าที่พัก ค่าอาหาร จากเงินเดือนของลูกจ้างได้ ในกรณีที่ไม่มีข้อตกลงอื่น หรือว่าขัดกับหลักการปฏิบัติทั่วไป

 

เวลาทำงานตอนกลางวัน และเวลาทำงานตอนเย็น (Art. 10 Abs.1 ArG)

การทำงานตั้งแต่เวลา 6.00 นาฬิกา ถึงเวลา 20.00 นาฬิกาให้ถือว่า เป็นการทำงานตอนกลางวัน ส่วนการทำงานตั้งแต่เวลา 20.00 นาฬิกา ถึงเวลา 23.00 นาฬิกาให้ถือว่า เป็นเวลาการทำงานตอนเย็น เวลาในการทำงานตอนกลางวัน และเวลาในการทำงานตอนเย็น สามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

 

เงื่อนไขการทำงานล่วงเวลา (Art. 12 Abs1 Bst. a, b, c ArG)

การทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลาทำงานปกติสูงสุดต่อสัปดาห์อนุญาตให้กระทำได้ในกรณีดังต่อไปนี้ มีงานฉุกเฉินหรืองานพิเศษ จัดทำบันทึกรายการสินค้าคงคลัง การปิดบัญชี การชำระบัญชี และเป็นการทำงานล่วงเวลาเพื่อการหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขเหตุขัดข้องในสถานประกอบการ โดยที่นายจ้างไม่สามารถใช้มาตรการอื่น ๆ แทนได้

 

กำหนดระยะเวลาการทำงานล่วงเวลา (Art. 12 Abs.2 Bst. a, b ArG)

การทำงานล่วงเวลาสำหรับลูกจ้างแต่ละคนห้ามเกินสองชั่วโมงต่อวัน ยกเว้นกรณีการทำงานในวันหยุด หรือ มีเหตุฉุกเฉิน สำหรับลูกจ้างที่มีสัญญาทำงานสูงสุดต่อสัปดาห์ 45 ชั่วโมง อนุญาตให้ทำงานล่วงเวลาได้ไม่เกิน 170 ชั่วโมงต่อปี (ในรอบปฏิทิน) สำหรับลูกจ้างที่มีสัญญาทำงานสูงสุดต่อสัปดาห์น้อยกว่า 45 ชั่วโมง อนุญาตให้ทำงานล่วงเวลาได้ไม่เกิน 140 ชั่วโมงต่อปี (ในรอบปฏิทิน)

 

เวลาพักระหว่างการทำงาน (Art. 15 Abs. 1 Bst. a, b, c und Abs. 2 ArG)

ลักษณะการทำงานที่มีเวลาทำงานติดต่อกันทุกวัน ต้องจัดให้มีเวลาพักติดต่อกันดังนี้

ทำงานเกินกว่า 5.30 ชั่วโมง ต้องจัดให้มีการหยุดพัก 15 นาที

ทำงานเกินกว่า 7 ชั่วโมง ต้องจัดให้มีการหยุดพัก 30 นาที

ทำงานเกินกว่า 9 ชั่วโมง ต้องจัดให้มีการหยุดพัก 1 ชั่วโมง

การหยุดพักดังกล่าวให้ถือเป็นชั่วโมงการทำงานในกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกสถานที่ทำงาน

 

เวลาทำงานสูงสุดต่อสัปดาห์ (Art. 3 Abs1 Bst. a, b ArG)

สำหรับลูกจ้างที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม และพนักงานสำนักงาน พนักงานด้านเทคนิค พนักงานขายในบริษัท ห้าง ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ทำงานสูงสุดได้ 45 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ สำหรับลูกจ้างสาขาอาชีพนอกเหนือจากนี้ ทำได้สูงสุด 50 ชั่วโมง

หมายเหตุ โดยทั่วไประยะเวลาการทำงานสูงสุดจะอยู่ที่ 42 - 50 ชั่วโมงต่อหนึ่งสัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและสาขาอาชีพ โดยนายจ้างและลูกจ้างสามารถทำข้อตกลงระหว่างกันในสัญญาจ้าง

 

การทำงานล่วงเวลา (Art. 321c OR)

นายจ้างสามารถบังคับให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลามากกว่าระยะเวลาทำงานที่ระบุใว้ในสัญญาว่าจ้างได้ตามความจำเป็น หรือโดยความยินยอมของลูกจ้าง ทั้งนี้นายจ้างต้องชดเชยระยะเวลาการทำงานล่วงเวลานั้นเป็นวันว่าง หรือจ่ายเป็นเงินชดเชยให้แก่ลูกจ้าง หากไม่มีข้อระบุใว้ในสัญญาว่าจ้างเกี่ยวกับการชดเชยการทำงานล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้าง นายจ้างจะต้องจ่ายเงินชดเชยการทำงานล่วงเวลาเพิ่มเป็นเงิน 25 เปอร์เซ็นต์ของค่าแรงดังกล่าวให้แก่ลูกจ้าง

 

การทำงานในเวลากลางคืน (Art. 17 Abs.1, 2, 3 ArG)

ในกรณีที่เป็นการทำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากมีเหตุที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น งานที่เกี่ยวกับเทคนิคหรือเศรษฐกิจ จะมีข้อยกเว้นให้ทำงานในเวลากลางคืนแต่ต้องขออนุญาต ส่วนการทำงานในเวลากลางคืนเป็นครั้งคราวนั้นจะได้รับอนุญาตก็ต่อเมื่อมีการตรวจสอบ และมีการแสดงหลักฐานถึงเหตุผลและความจำเป็นนั้น

 

การทำงานในเวลากลางคืน (Art. 321c OR)

การทำงานในเวลากลางคืนเป็นครั้งคราว นายจ้างจะต้องจ่ายค่าแรงเพิ่มเป็นเงิน 25 เปอร์เซ็นต์ของค่าแรงเป็นอย่างต่ำ

การทำงานในเวลากลางคืนเป็นประจำ นายจ้างจะต้องจ่ายค่าแรงเพิ่มเป็นเงิน 10 เปอร์เซ็นต์ของค่าแรงเป็นอย่างต่ำ

 

วันหยุดประจำสัปดาห์ (Art. 329 Abs.1, 4 OR)

นายจ้างต้องให้วันหยุดพักแก่ลูกจ้างทุก อาทิตย์อย่างน้อย 1 วัน หากไม่สามารถให้วันหยุดเป็นวันอาทิตย์ได้ นายจ้างต้องอนุญาตให้ลูกจ้างหยุดพักในวันทำงานปกติ จะเป็นวันใดก็ได้ทั้งวัน ทั้งนี้การกำหนดวันหยุดพักนั้นต้องคำนึงถึงความเหมะสมของนายจ้างและลูกจ้างด้วย

 

วันหยุดพักผ่อนประจำปี (Art. 329a, Art. 329a Abs. 3, Art. 329c OR)

นายจ้างต้องให้วันหยุดพักผ่อนแก่ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปีขึ้นไป อย่างน้อยเป็นเวลา 4 อาทิตย์

สำหรับลูกจ้างที่มีอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์นั้น นายจ้างต้องให้วันหยุดพักผ่อนประจำปีอย่างน้อย 5 อาทิตย์

 

สิทธิได้รับวันหยุดพักผ่อนประจำปีต่อเนื่อง (Art. 329a Abs. 1, 3 OR)

สำหรับลูกจ้างที่ทำงานยังไม่ครบหนึ่งปี นายจ้างต้องให้วันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่ลูกจ้างตามความเหมาะสมของระยะเวลาการทำงานที่ได้ทำไปแล้ว เพื่อให้ลูกจ้างได้ใช้วันหยุดประจำปีสำหรับพักผ่อนจริง ๆ นายจ้างต้องให้วันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่ลูกจ้างเป็นเวลาอย่างต่ำ 2 อาทิตย์ติดต่อกัน

 

สิทธิรับเงินเดือนระหว่างหยุดพักผ่อนประจำปี (Art. 329d OR)

ลูกจ้างที่ยังทำงานกับนายจ้างอยู่ ไม่สามารถขอรับเป็นเงินค่าจ้างแทนวันหยุดพักผ่อนประจำปีได้ ระหว่างที่ลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปีนั้น ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินเดือนค่าจ้างปกติ

 

มีเหตุสุดวิสัยระหว่างหยุดพักผ่อนประจำปี (Art. 329b Abs. 2 OR)

ในกรณที่มีเหตุทำให้ลูกจ้างไม่สามารถหยุดพักผ่อนประจำปีในระหว่างช่วงระยะเวลาที่ได้รับ (เช่น ป่วยเป็นระยะเวลานาน ประสบอุบัติเหตุ) นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างตามความเหมาะสม

 

ลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายชั่วโมง (Art. 329d OR)

สำหรับลูกจ้างที่ทำงานไม่สม่ำเสมอ หรือทำงานรับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง จะได้รับเงินเพิ่มจากจำนวนค่าจ้างอีกเป็นจำนวน 8.33% ซึ่งเป็นเงินทดแทนวันหยุดพักผ่อนประจำปี

 

การทำงานพิเศษในช่วงวันหยุดพักผ่อนประจำปี (Art. 329d Abs. 3 OR)

ลูกจ้างที่ทำงานพิเศษระหว่างที่อยู่ในช่วงวันหยุดพักผ่อนประจำปี โดยเป็นการทำงานให้แก่บุคลที่สาม และการทำงานนั้นไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของนายจ้าง นายจ้างสามารถปฏิเสธการจ่ายเงินเดือนสำหรับการหยุดพักผ่อนประจำปี และยังเรียกร้องเงินเดือนที่ได้จ่ายไปแล้วให้แก่ลูกจ้างกลับคืนได้

 

ฉบับนี้ขอนำเสนอข้อมูลเพียงเท่านี้ครับ ในนิตยสาร ดี ฉบับหน้าผมจะนำเสนอเรื่อง “สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง” ต่อ เป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และสิทธิการลาประเภทต่าง ๆ ของลูกจ้าง เป็นการลาที่ยังได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง ถือเป็นการทำงานอย่างมีความสุข ดังคำขวัญที่ว่า "งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข" อย่าพลาดนะครับ

กลับ

Add a comment